นางสาว ธนัชชา บุญมา เลขทะเบียน 4901202061
ธุรกิจเอสเอ็มอีผู้ส่งออกส่อแววแห้ว คลังบี้ธปท.จัดซอฟต์โลน-ธาริษาชี้กม.ใหม่ทำไม่ได้
ธุรกิจส่งออก-เอสเอ็มอีส่อแววแห้ว "ธาริษา" โยน "โครงการเงินกู้ซอฟต์โลน" ให้บอร์ด ธปท.ชี้ขาด 26 พ.ย.นี้ เผยต้องยึดหลักการตามกฎหมายเป็นสำคัญ ด้าน "ทีดีอาร์ไอ" หนุนแนวคิด ธปท. แนะให้ใช้กลไกแบงก์รัฐที่มีอยู่ในเกิดประสิทธิภาพก่อนที่จะไปใช้เงินจากแบงก์ชาติ
ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอให้ ธปท.จัดโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) มา สนับสนุนธุรกิจส่งออกและธุรกิจเอสเอ็มอี ว่าหลังจากกฎหมาย ธปท.ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ธปท.เคยหยิบยกประเด็นนี้ส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้ว พร้อมกับนำผลการหารือส่งให้คณะกรรมการ ธปท.พิจารณา ซึ่งได้ข้อสรุปว่า "การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของ ธปท.ตามกฎหมาย ธปท.ฉบับใหม่" แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้ตนได้รับจดหมายจากนายสุชาติแล้ว และจะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ธปท.เป็นผู้พิจารณาในวันที่ 26 พ.ย.นี้
"กฤษฎีกาเคยตีความเรื่องนี้แล้ว และคณะกรรมการ ธปท.ก็พิจารณาเรื่องนี้ไปแล้ว แต่เมื่อรัฐมนตรีคลังส่งหนังสือมาถึงก็คงนำเรื่องนี้ให้บอร์ด ธปท.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยการพิจารณาคงต้องยึดตามกฎหมายเป็นหลัก" ดร.ธาริษากล่าว
ตามกฎหมาย ธปท.ฉบับใหม่ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของ ธปท.ไว้ชัดเจนกล่าวคือ ธนาคารกลางมีหน้าที่ต้องดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงิน จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการ ธปท.มีมติยกเลิกโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคเศรษฐกิจในวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา และจะไม่มีการอนุมัติวงเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่อีก เพราะไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย แต่ยกเว้นกรณีที่ ธปท.มีข้อผูกพันไว้ก่อนกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ ซึ่ง ธปท.จะดำเนินการต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดเวลาตามข้อผูกพัน
ส่วนเงินช่วยเหลือสภาพคล่องผ่านช่องทาง ธปท.ที่ยังดำเนินการช่วยเหลือแก่ธุรกิจ เอสเอ็มอีนั้น ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า ยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งบางโครงการมีข้อผูกพันไปถึงปี 2553-2554 ดังนั้นยังมีสภาพคล่องเหลืออยู่ไม่ใช่ว่าจะหมดไปทันที ปัจจุบัน ธปท.ได้ให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีอยู่ 5 โครงการ โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับความช่วยเหลือทั้งสิ้น 31,215 ราย และมีการอนุมัติเงินกู้ไปแล้ว 56,398.25 ล้านบาท
ด้าน ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้ ธปท.ไปปล่อยกู้โดยตรงให้กับภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ถือว่าผิดวินัยการเงินเพราะธนาคารกลางจะทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินกู้สุดท้ายให้กับสถาบันการเงินเท่านั้น การช่วยเหลือสภาพคล่องแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี รัฐบาลควรใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว คือ ดำเนินการผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ซึ่งกลไกดังกล่าวหากยังดำเนินการ ได้ไม่ดีจะต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ ส่วนกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เอกชนมีความระมัดระวังในการปล่อยกู้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอี นั้น ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยให้สถาบันการเงินของรัฐที่มีหน้าที่ประกันความเสี่ยงเข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้เอสเอ็มอี
"รัฐบาลควรใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เต็มที่หรือให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการช่วยเหลือสภาพคล่องเอสเอ็มอี เช่น กรณี ธสน. ซึ่งมีหน้าที่ค้ำประกันผู้ส่งออก กระทรวงการคลังควรสนับสนุน ธสน.ให้ทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ ซึ่งผลการดำเนินการที่ผ่านมา ธสน. ก็ทำได้ดีแต่กลับไม่ได้รับการเพิ่มทุนเหมือนธนาคารรัฐแห่งอื่น" ดร.นิพนธ์กล่าว
ก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการจัดทำงบฯกลางปี"52 วงเงิน 100,000 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ได้ขอให้รัฐบาลจัดงบประมาณ 13,000 ล้านบาท มาให้เพื่อจัดทำซอฟต์โลนช่วยเหลือธุรกิจส่งออกและเอสเอ็มอี ตาม ข้อเรียกร้องของสภาหอการค้าไทยและ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ล่าสุดนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบฯกลางปี 10,000 ล้านบาทไปเพิ่มทุนให้กับ ธ.ก.ส., ธอส. และ ธพว.แทน เพราะงบประมาณมีจำกัด ทำให้ทางกระทรวงการคลังต้องหันไป พึ่ง ธปท.จัดซอฟต์โลนอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบแทน
ที่มา :
คำถามท้ายเรื่อง
1. ตามกฎหมาย ธปท.ฉบับใหม่ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของ ธปท.ไว้อย่างไร?
2. สาเหตุที่ธปท.มีมติยกเลิกโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคเศรษฐกิจคืออะไร
3. ด้านทีดีอาร์ไอ แนะให้รัฐบาลกลไกใดในการช่วยเหลือภาคเศรษฐกิจ?
3 comments:
นางสาว อิศรา หวังศิริเวช [4901202052]
1. ตามกฎหมาย ธปท.ฉบับใหม่ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของ ธปท.ไว้อย่างไร?
ตอบ ธปท.ฉบับใหม่ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของ ธปท.ไว้ชัดเจนกล่าวคือ ธนาคารกลางมีหน้าที่ต้องดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงิน
2. สาเหตุที่ธปท.มีมติยกเลิกโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคเศรษฐกิจคืออะไร
ตอบ เพราะไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของ ธปท.ตามกฎหมาย ธปท.ฉบับใหม่
3. ด้านทีดีอาร์ไอ แนะให้รัฐบาลกลไกใดในการช่วยเหลือภาคเศรษฐกิจ?
ตอบ การช่วยเหลือสภาพคล่องแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี รัฐบาลควรใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว คือ ดำเนินการผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ซึ่งกลไกดังกล่าวหากยังดำเนินการ ได้ไม่ดีจะต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ
1. กำหนดให้ธนาคารกลางมีหน้าที่ต้องดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงิน
2. เพราะไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของ ธปท.ตามกฎหมาย
(ฉบับใหม่)
3. ใช้กลไกแบงก์รัฐที่มีอยู่ในเกิดประสิทธิภาพก่อนที่จะไปใช้เงินจากแบงก์ชาติ โดยการช่วยเหลือสภาพคล่องแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี รัฐบาลควรใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว คือ การดำเนินการผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ซึ่งกลไกดังกล่าวหากยังดำเนินการ ได้ไม่ดีจะต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ
นายกิตติพงษ์ อมรเลิศทรัพย์ 4901202099
1. ตามกฎหมาย ธปท.ฉบับใหม่ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของ ธปท.ไว้อย่างไร?
ตอบ คือ ธนาคารกลางมีหน้าที่รักษาความมีเสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงิน
2.สาเหตุที่ธปท.มีมติยกเลิกโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคเศรษฐกิจคืออะไร
ตอบ เพราะว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของ ธปท.ตามกฎหมาย ธปท.ฉบับใหม่
3. ด้านทีดีอาร์ไอ แนะให้รัฐบาลกลไกใดในการช่วยเหลือภาคเศรษฐกิจ?
ตอบ ใช้กลไกแบงก์รัฐที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพก่อนที่จะไปใช้เงินจากแบงก์ชาติ รัฐบาลควรใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว คือ ดำเนินการผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ซึ่งกลไกดังกล่าวหากยังดำเนินการ ได้ไม่ดีจะต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ
น.ส.วราภรณ์ จันทร์แสงสุก
4901202065
Post a Comment